ประมวลภาพ งาน Thailand Lecture 3rd

ประมวลภาพ งาน Thailand Lecture 3rd

June 16, 2011 @ chalarin@nidamba.com

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page1.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page2-1.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page3-1.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page4.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page5.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page6.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/page7.jpg

Thailand Lecture 3rd

Thailand Lecture 3rd

June 16, 2011 @ chalarin@nidamba.com

http://www.thannews.th.com/images/stories/article2011/2643/401.jpg
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา สมาคมศิษย์เก่า คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ได้จัดงาน Thailand Lecture 3 nd "WISDOM for Change" โดยได้เชิญบุคคลดัง 3 คนจาก 3 วงการเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ

ประกอบด้วย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก
+จุดเปลี่ยนประเทศไทย
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บรรยายในหัวข้อ "นโยบายเศรษฐกิจเข็มทิศประเทศไทย" ว่า พรรคการเมืองควรมีจุดยืนด้านนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน เพราะสถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หลังจากการพัฒนาของไทยหยุดชะงักมา 4-5 ปี ซึ่งหากไทยไม่ตระหนักจะกลายเป็นประเทศที่ถูกเมินจากทั่วโลก ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวในเกณฑ์ดีขณะนี้เป็นผลมาจากการลงทุนที่เกิดขึ้นในอดีต และอานิสงส์มาจากความเพียรพยายามของภาคเอกชน หากรัฐบาลยังละเลยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อไปอนาคตเศรษฐกิจไทยจะถึงขั้นวิกฤติ
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 จะถือเป็นจุดเปลี่ยนของไทยหากคนไทยมีความรับผิดชอบและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ว่ามีความเป็นไปได้ในอนาคตเพียงใด
"หลายปีที่ผ่านมาไทยไม่มียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศ คงต้องโทษการเมือง ที่คิดและทำอะไรเป็นจุดๆ เพื่อหาทางรอดทางการเมืองไม่ใช่ทางรอดของประเทศชาติ ความสอดคล้องทางยุทธศาสตร์จึงไม่เกิดขึ้น และนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงก็เป็นเพียงการเกทับและบลัฟกันเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ"
ดร.สมคิดกล่าวว่าพรรคการเมืองที่จะก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลใหม่จะต้องมีภาระหน้าที่ต่อเศรษฐกิจ 2 ประการ คือ 1. จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง โดยจะต้องอาศัยหัวใจสำคัญ 3 ข้อ คือ 1. ต้องเกาะติดสถานการณ์ความต้องการของโลก โดยปัจจุบันราคาอาหารและพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น รัฐบาลใหม่ควรกำหนดยุทธศาสตร์สองเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด
2. ความสามารถด้านการแข่งขัน ที่ผ่านมาหลายสิบปี ไทยได้เปรียบทางการส่งออกด้านค่าแรงต่ำ แต่ปัจจุบันไม่ใช่ ดังนั้น จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ให้เป็นที่ยอมรับในทั่วโลก ซึ่งจะต้องเริ่มจากการพัฒนานวัตกรรมใหม่ วิจัยด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ฯลฯ 3. การใช้โอกาสทางการค้าเสรีให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการสานสัมพันธ์กับจีนที่อนาคตอีก 5 ปีอาจจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกแทนสหรัฐฯ โดยรัฐบาลจะต้องมีนโยบายส่งเสริมสินค้าแบรนด์ไทยให้ก้าวไกลสู่สายตาโลกอย่างจริงจัง
ภาระหน้าที่ต่อเศรษฐกิจประการที่ 2 คือ การกระจายความกินดีอยู่ดีสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจะทำเพียงการปรับค่าจ้างแรงงานให้สูงขึ้นคงไม่ได้ผล ต้องเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงานพร้อมกับเพิ่มคุณค่าของสินค้า ซึ่งภาคเอกชนจะต้องมีการลงทุนเพิ่ม โดยรัฐบาลจะต้องมีนโยบายที่สนับสนุนผ่านการวางโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ เช่น ระบบขนส่ง ระบบน้ำ เป็นต้น
"การช่วยคนจนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนด้านสังคมให้พวกเขาก้าวเข้ามาอยู่ในระบบได้ หลายพรรคใช้นโยบายยิงเงินให้คนจน แต่คำถามจะเอาเงินมาจากไหน เราต้องปฏิรูปการคลัง เพราะปัจจุบัน 84% เป็นงบประจำ ซึ่งเป็นโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องคิดหนัก"
นายสมคิด กล่าวปิดท้ายว่า เชื่อว่ารากเหง้าความเหลื่อมล้ำของประเทศเกิดจากการปกครองที่มีการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเพียงจุดเดียว ซึ่งเมื่อเกิดการลงทุนเม็ดเงินก็กระจายไปยังต่างจังหวัดไม่ทั่วถึง ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่รูปแบบการบริหารการปกครองจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการพัฒนา
"จุดยืนนโยบายต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างรากฐานในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาลก็ตามจะต้องรู้ว่าไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร ไม่ใช่แค่ตั้งคนที่สั่งได้มาเป็นรัฐมนตรี เราไม่ต้องการการเมืองศรีธนนชัย แต่เราต้องการการเมืองแบบรัฐบุรุษ ประเทศไทยจะได้มีความหวังขึ้นบ้าง"
+ฐานะและโอกาสที่ดี
นายธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวในหัวข้อ "บริบทใหม่ทางธุรกิจการค้า"ว่า ถ้าหากการเมืองไทยนับจากนี้ไปนิ่ง ไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งสีของคนในชาติ พื้นฐานเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้วจะส่งผลให้ดีกว่าปัจจุบันอีกหลายเท่า ประเทศไทยปัจจุบันอยู่ในฐานะที่ดีที่สุด เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 6 ล้านล้านบาท
รัฐบาลใหม่ควรนำเงินสำรองดังกล่าวไปลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ เช่น ระบบชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของประเทศ หรือใช้ในการลงทุนต่างประเทศ เหมือนรัฐบาลสิงคโปร์ที่ใช้เทมาเสกเป็นบริษัทลงทุนเพื่อทำกำไรทั่วโลก ผ่านการลงทุนอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ลงทุนในการออกพันธบัตรในประเทศดอกเบี้ยเพียง 3% หรือซื้อพันธบัตรในสหรัฐอเมริกาได้ดอกเบี้ยเพียง 1% เหมือนรัฐบาลไทยในปัจจุบัน
สำหรับการลงทุนในประเทศควรเน้นด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยง เพราะเป็นอุตสาหกรรมไร้ปล่องควัน และเป็นจุดเด่นของไทย โดยต้องศึกษาประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวว่าเขาทำอย่างไร สร้างจุดขายตรงไหน และนักท่องเที่ยวต้องการอะไร โดยวางแผนเจาะตลาดเชิงลึกเป็นรายประเทศ เช่น จีน อินเดีย ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล
ส่วนในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ วันนี้ประเทศไทยเต็มไปด้วยโอกาส เพราะรัฐบาลได้มีการจัดทำเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)แล้วกับหลายประเทศ เช่น อาเซียน ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันได้ลดลงเป็น 0% แล้วโดยส่วนใหญ่ นักธุรกิจผู้ส่งออกควรใช้ให้เป็นประโยชน์ รวมถึงนักธุรกิจไทยสามารถไปลงทุนในประเทศคู่สัญญาแล้วส่งสินค้าไปในประเทศเหล่านี้ก็ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า นอกจากนี้การลงทุนจากต่างประเทศในไทยก็ยังมีโอกาสอีกมากจากความตกลงดังกล่าว
นายธนินท์ ยังเน้นย้ำเช่นเดิมว่า รัฐบาลควรใช้ทฤษฎี 2 สูง คือเงินเดือนหรือค่าแรงสูง และราคาสินค้าเกษตรสูง เพราะที่ผ่านมารัฐและเอกชนไปกดเงินเดือนหรือค่าแรงไว้ รวมถึงรัฐบาลก็ไปกดราคาสินค้าไว้ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งหากปล่อยให้เป็นไปตามทฤษฎี 2 สูง ประชาชนจะมีรายได้สมดุลกับรายจ่าย จากสภาพปัจจุบัน ราคาสินค้าพื้นฐานสูงขึ้นมากทั้งไก่ ไข่ หมู และน้ำมัน แต่รายได้ของประชาชนไม่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นให้สอดคล้องกัน ดังนั้นหากคุมราคาน้ำมันไม่ได้รัฐบาลก็อย่ามาคุมราคาสินค้า ควรปล่อยตามกลไกตลาดเพื่อบริษัท ห้างร้านจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อไปปรับเงินเดือนลูกจ้างหรือพนักงาน รวมถึงลงทุนเพิ่ม ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว
สำหรับสินค้าเกษตรของไทยในเวทีโลกยังมีโอกาสอีกมากเช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล มันสำปะหลัง จะต้องมีการพัฒนาพันธุ์ หรือผลผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งสินค้าเกษตรจะมีบทบาทมาก เพราะมองว่าจากนี้ไปโลกจะยังเกิดวิกฤติอาหาร และพลังงาน ข้าวจะมีราคาแพงเพราะเกษตรกรหันไปปลูกยางพาราซึ่งจะมีราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่วนปาล์ม อ้อย มันสำปะหลังจะถูกใช้ผลิตเป็นพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น
+ทหารกับความมั่นคง
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา บรรยายในหัวข้อ "ความมั่นคงของประเทศไทย" ว่า เรื่องความมั่นคงไม่ใช่แค่ทหารเพียงอย่างเดียว ด้านเศรษฐกิจ ก็คือความมั่นคง ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความมั่นคง คือ เสถียรภาพทางการเมือง ประเทศใดที่มีเสถียรภาพการเมืองก็จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพที่ดี และการที่บ้านเมืองมีเสถียรภาพได้ ทุกคนต้องทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ส.ส. ส.ว. และพรรคการเมือง
ช่วงนี้จะเห็นว่า มีการโฆษณาจากพรรคการเมืองมากมาย ฟังแล้วมันดี ในการเลือกตั้งทุกคนพูดดีหมด พอมาเป็นรัฐบาลก็ขอให้ประชาชนช่วยผลักดันนโยบายที่พูดไว้ออกมาให้ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าได้รัฐบาลดี ประชาธิปไตยดีตามที่วาดฝันไว้ จะเลือกพรรคไหนก็ได้ เลือกสักพรรคเอาไปทางหนึ่งเลย ส่วนเรื่องของการคอร์รัปชัน ที่ถือว่าเป็นปัญหาควรมีบทลงโทษที่หนัก
ในด้านการทหารต้องคิดถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ภัยคุกคามเรามีจากนอกประเทศมานานแล้ว เขาจะมารุกดินแดน เราจำเป็นต้องมีทหารไว้ ซึ่งทุกชาติไม่มีใครจ้างทหารจากประเทศอื่นมาปกป้องดินแดนของตนเอง ปัจจุบันนี้เรามีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ยาเสพติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย การก่อการร้าย โดยภารกิจของทหารมี 2 ส่วน คือ ด้านการเตรียมกำลัง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องปรับโครงสร้างให้เล็กและกระชับเพื่อความทันสมัย ส่วนการรักษาความมั่งคงภายใน แม้จะไม่มีการสู้รบขนาดใหญ่ แต่ตามแนวชายแดนยังมีปัญหามากมาย ซึ่งกองทัพดำเนินการไปคนละแบบ
สำหรับปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาไม่มีสิ่งใด นอกจากเอาชนะใจคนในพื้นที่ให้ได้ ซึ่งคนในพื้นที่มีประมาณ 2 ล้านคน มีผู้ก่อความไม่สงบประมาณ 8,000 คน ตอนนี้ทหารเฝ้าระวังไม่ให้มีการชักจูงและกระทำความผิดเพิ่ม ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์
ยืนยันว่า เราเป็นผู้ปฏิบัติในฐานะกลไกของรัฐ ทำแล้วชาติได้ประโยชน์เราก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ชาติ ยืนยันว่า ทหารไม่มีฝ่าย เพราะทหารอยู่ได้ในสังคม เพราะเป็นทหารของประชาชน และทหารก็ถือว่าเป็นสถาบันหนึ่ง และก็ไม่เคยทำตัวเหมือนเจ้าของบริษัท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,643 12-15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Thailand Lecture 3rd  “WISDOM for change”

Thailand Lecture 3rd “WISDOM for change”

May 30, 2011 @ chalarin@nidamba.com

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/ad-thailandLecture_3update6-6-54.jpg

ขอร่วมไว้อาลัย การจากไป ของ คุณประพันธ์ เย็นท่าเรือ EMBA 12

ขอร่วมไว้อาลัย การจากไป ของ คุณประพันธ์ เย็นท่าเรือ EMBA 12

January 18, 2011 @ chalarin@nidamba.com

คุณประพันธ์ จากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2554
ศพจะตั้งที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และพิธีรดน้ำศพ วันอังคารที่ 18 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
กำหนดพิธีสวดอภิธรรมศพ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

 NIDA Business School Home Coming Day 2010

NIDA Business School Home Coming Day 2010

October 18, 2010 @ chalarin@nidamba.com

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/card.jpg
คณะบริหารธุรกิจ และ สมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ NIDA
ขอเชิญศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมงาน...

NIDA Business School Home Coming Day 2010
ในวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งในปีนี้ รูปแบบ จะจัดเป็นโต๊ะจีน เพื่อจะได้จัดเตรียมที่ให้เพียงพอสำหรับทุกท่าน

จึงใคร่ขอความร่วมมือ แต่ละรุ่น รวบรวบจำนวนเพื่อนในรุ่น
และรีบแจ้งรายชื่อเพื่อสำรองที่นั่ง ได้ที่...

คุณอินทุกานต์ / คุณชลาริน
โทรศัพท์ : 0-2733-8770, 0-2727-3948, 0-2727-3986
โทรสาร : 0-2374-3282
e-mail : intukan.k@gmail.com หรือ boonyakorn.c@gmail.com

ขอเรียนเชิญตัวแทนรุ่น ร่วมงาน Networking Dinner

ขอเรียนเชิญตัวแทนรุ่น ร่วมงาน Networking Dinner

September 13, 2010 @ chalarin@nidamba.com

สมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ขอเรียนเชิญท่าน ร่วมงาน Networking Dinner ระหว่างประธานรุ่น / ตัวแทนรุ่น และ ตัวแทนจาก สมาคมฯ
เวลา 18.00 น. ณ สมาคมราชกรีฑาสโมสร (Sport Club) ห้อง The Winning Post
ถ.อังรีดูนังต์ (ตามแผนที่ ที่แนบมานี้)

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน 2553 รุ่น RMBA

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน 2553 รุ่น EMBA / Flex MBA / Inter MBA

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2553 รุ่น YMBA / English MBA / FIRM

ภาพกิจกรรมครั้งที่ ผ่านมา

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/IMG_0389-r.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/IMG_0895.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/IMG_1134.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/IMG_2160.jpg

กิจกรรมเสวนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์  ในหัวข้อ “จากวิทยานิพนธ์ สู่ ธุรกิจมหาชน”

กิจกรรมเสวนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ ในหัวข้อ “จากวิทยานิพนธ์ สู่ ธุรกิจมหาชน”

September 13, 2010 @ chalarin@nidamba.com

กิจกรรมเสวนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ ในหัวข้อ
“จากวิทยานิพนธ์ สู่ ธุรกิจมหาชน”
ในวันพุธที่ 29 กันยายน 2553 เวลา 14.00 -16.00 น.
ณ ชั้น 10 ห้อง 1029 อาคารบุญชนะ อัตถากร

(รายละเอียดตามเอกสารที่ได้แนบมาพร้อมนี้)
โดยสามารถสำรองที่นั่ง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอินทุกานต์ / คุณชลาริน
โทร. 0-2733-8770 , 0-2727-3948 , 0-2727-3986
โทรสาร. 0-2374-3282

การแข่งขันกอล์ฟประจำปี ครั้งที่ 8

การแข่งขันกอล์ฟประจำปี ครั้งที่ 8

April 08, 2010 @ chalarin@nidamba.com

งานกอล์ฟใหญ่ของสมาคมมาถึงแล้ว.............เฮียเม้ง และท่านประธานจัดงานพี่โกศิลป์ ใคร่ขอความสนับสนุนจากทุกท่านช่วยหา Sponsor หรือซื้อทีมเข้าร่วมแข่งขัน รายละเอียดตาม Brochure งานแข่งขันกอล์ฟสมาคมศิษย์เก่านิด้าที่แนบ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2553 สนามปัญญาราม shotgun 12.00 น. ส่งใบสมัครได้ที่น้องตุ๊กนะค่ะ
http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/Brochure1.jpg
http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/Brochure2.jpg

ร่วมแสดงความยินดีแด่มหาบัณฑิต ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2553

ร่วมแสดงความยินดีแด่มหาบัณฑิต ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปี 2553

February 19, 2010 @ chalarin@nidamba.com

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ปี 2553
เขียนโดย ประชาสัมพันธ์
28/01/2010
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ประจำปี 2553 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2553 โดยในปีนี้สภาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 6/2552 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เทคโนโลยีการบริหาร) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เทคโนโลยีการบริหาร) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ สถาบันมีมติให้ Prof. William M. Plater จาก Indiana University Purdue University Indianapolis (IUPUI) ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การบริหารการพัฒนา) และ Prof. Gary N. McLean จาก University of Minnesota ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์)

โดยในส่วนของสมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ ได้มีการจัดทำป้ายแสดงความยินดีแด่มหาบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในปีนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังได้จัดอาหารว่างแจกให้กับบรรดามหาบัณฑิต และญาติ ๆ เพื่อน ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีอีกด้วย...

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/Page_1-2.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/Page_2-1.jpg

http://i254.photobucket.com/albums/hh82/tukka_bb/Page_1-3.jpg

ภาพข่าว : งานสัมมนา CEO Forum “Thailand Green Competitiveness  and Re-branding”

ภาพข่าว : งานสัมมนา CEO Forum “Thailand Green Competitiveness and Re-branding”

December 11, 2009 @ bussaba@pcc.co.th

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับสัมมนา CEO Forum “Thailand Green Competitiveness and Rebranding“ ซึ่งจัดใน วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2552 เวลา 13.00 - 21.00 น. ที่ผ่านมา ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้สมาคมศิษย์เก่า NIDA Business School พร้อมด้วย ธนาคารนครหลวงไทย และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ภายใต้การสนับสนุนจากบมจ. ไออาร์พีซี บมจ. บางจากปิโตรเลียม บริษัทฮอนด้า คาร์ส(ประเทศไทย)และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อระดม ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สภาวะโลกร้อนพร้อม ๆ ไปกับการร่วมกันวางแนวทางการดูแลผลกระทบ และทิศทางการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของภาคธุรกิจไทยให้สามารถรักษาขีดความสามารถ ด้านการแข่งขัน

ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ให้เกียรติเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อยุทธศาสตร์ ประเทศไทย Thailand Green Strategy ด้วยการตอกย้ำว่าปัญหาโลกร้อนอันเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิ อากาศที่สร้างความกังวลและผลกระทบไปทั่วโลกถือเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการ แก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคู่ขนานไปกับการรักษาความสมดุลของ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านนโยบายการพัฒนาพลังงานทดแทน 3 ระยะ เริ่มจากการส่งเสริมเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับ/การสนับสนุนการพัฒนาต้นแบบ เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และการส่งเสริมการสร้างสรรค์พลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ๆในระยะยาวที่มีความคุ้ม ค่าทางเศรษฐศาสตร์ภายใต้แนวคิด นครสีเขียว พลังงานชุมชน บนความมุ่งหวัง ที่ต้องการเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันผลักดัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จากนั้นคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อปรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย Thailand Rebranding ด้วยการตอกย้ำแนวทางการพัฒนาในอนาคตว่าจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือเรื่อง คน สิ่งแวดล้อมและ ธุรกิจ โดยการพัฒนาคนจะให้ความสำคัญ ผ่านโครงสร้างทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากการมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น การย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมืองมากขึ้น และกระแสการดูแลสุขภาพที่จะมีความสัมพันธ์กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมและการสื่อสาร ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมนั้นยังคงเน้นความสำคัญการดูแลปัญหาโลกร้อน และการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ

ขณะที่ในด้านธุรกิจที่จะต้องดำเนิน ไปภายใต้กระแสการเปิดเสรีทางการค้าระหว่างกลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่มีผลกระทบทั้งในบวกและลบจะถูกเน้นไปที่การสนับสนุนการทำธุรกิจด้วยความ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมที่เด่นชัดจากการนำเรื่อง ราวของประเทศไทยไปเป็นจุดขายในการทำ Rebranding ประเทศเพื่อสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันในระยะยาว

งานนี้คุณชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย เชื่อมั่นว่าการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้จะมีส่วนผลักดันให้ทั้งภาครัฐและ เอกชนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจบนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการขยายผลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศตามมา ในอนาคตด้วย

Link สำหรับ Download File : Presentation ของงาน
http://rapidshare.com/files/321010150/1._Prof.Dr.Christian_H.M._Ketels.pdf.html
http://rapidshare.com/files/321011226/2._Khun_Apirak_Kosayodhin_Advisor_to_the_PM.pdf.html
http://rapidshare.com/files/321011865/3._Crisis_watch_12.pdf.html
http://rapidshare.com/files/321014469/4._CEO_Forum_Dr.Anusorn_Bangchak.pdf.html
http://rapidshare.com/files/321015443/5._CEO_Forum_Dr.Pailin_IRPC.pdf.html

http://www.uppic.net/ti/17img_0349.jpg
http://www.uppic.net/ti/19img_0362.jpg
http://www.uppic.net/ti/15img_0380.jpg
http://www.uppic.net/ti/14img_0402.jpg
http://www.uppic.net/ti/img_0384_re.jpg
http://www.uppic.net/ti/7img_0438.jpg
http://www.uppic.net/ti/10img_0451.jpg
http://www.uppic.net/ti/13img_0494.jpg
http://www.uppic.net/ti/11img_0496.jpg
http://www.uppic.net/ti/13img_0567.jpg
http://www.uppic.net/ti/7img_0573.jpg
http://www.uppic.net/ti/11img_0632.jpg
http://www.uppic.net/ti/img_0634_resize2.jpg